“ThaiESG & ThaiESGX”

สรุปมหากาพย์กองทุน ThaiESG & ThaiESGX (2566-2575)

กองทุนกลุ่มนี้คือ “ตัวช่วยลดหย่อนภาษี” ที่ไม่ต้องไปแย่งโควตา 5 แสนบาทกับกลุ่มเกษียณ (SSF/RMF) เน้นลงทุนในธุรกิจไทยที่ใส่ใจความยั่งยืนครับ

  1. ThaiESG (กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน – เงินใหม่)

ใช้สำหรับนำเงินสดมาซื้อเพื่อลดภาษีในแต่ละปี

  • วงเงินลดหย่อน: ไม่เกิน 30% ของรายได้ โดยมีเพดานตามช่วงปี:
    • ปี 2567-2569: ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท (ถือครองแค่ 5 ปี วันชนวัน)
    • ปี 2570-2575: ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท (ถือครองนานขึ้นเป็น 8 ปี วันชนวัน)
  • นโยบาย: ลงทุนในสินทรัพย์ยั่งยืนไทย (หุ้น/บอนด์/REITs) ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
  1. ThaiESGX (แบบพิเศษ – สำหรับคนมี LTF หรือเงินใหม่ช่วงพิเศษ)

แบ่งเป็น 2 กรณีสำคัญที่ต้องแยกให้ออกครับ:

กรณี A: สับเปลี่ยนมาจาก LTF เดิม (ย้ายกอง)

  • เงื่อนไข: ต้องย้าย LTF ทุกกองจากทุก บลจ. มาที่ ThaiESGX ในช่วง 13 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2568 เท่านั้น
  • สิทธิที่ได้: ได้วงเงินลดหย่อนใหม่สูงสุด 500,000 บาท (ทยอยใช้สิทธิ 5 ปี: ปีแรก 3 แสน, ปีที่ 2-5 ปีละ 5 หมื่น)
  • การถือครอง: ถือต่ออีก 5 ปีเต็ม (วันชนวัน) นับจากวันที่ย้าย

กรณี B: ลงทุนด้วยเงินใหม่ (ซื้อเพิ่ม)

  • ปี 2568 (ปีพิเศษ): ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท และถือครองเพียง 5 ปี
  • ปี 2569: ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท (นับรวมกับ ThaiESG) และถือครอง 5 ปี
  • ปี 2570-2575: ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท (นับรวมกับ ThaiESG) และต้องถือครอง 8 ปี

Timeline การขายคืน (แบบไม่ผิดเงื่อนไข)

ระวัง! ถ้าผิดเงื่อนไข (ขายก่อนกำหนด)

  • ต้องคืนภาษี: คืนเงินภาษีที่เคยได้รับยกเว้นทั้งหมดทันที
  • ค่าปรับ: จ่ายเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน คิดย้อนหลังตั้งแต่เดือน เม.ย. ของปีที่ยื่นภาษี
  • ภาษีกำไร: หากมีกำไรจากการขาย (Capital Gain) ต้องนำไปเสียภาษี 40(8) และถูกหัก ณ ที่จ่าย 3%